Thanyanun 的个人资料..Nu's corner照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
..Nu's cornerเราต่างล้วนมีหน้าที่และความฝัน การทำหน้าที่ให้ดี ย่อมสะท้อนถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ |
||||
|
|
3月4日 ฟ้าเปลี่ยนสีฟ้าเปลี่ยนสี - โรส อยู่กับรอยน้ำตา.. อยู่กับวันที่ฟ้าหม่น มันอาจเป็นเพียงแค่บททดสอบจากเบื้องบน เจ็บจนธรรมดา.. ปล่อยน้ำตามันไหลไป มันอาจเป็นเพียงแค่บททดสอบจากเบื้องบน ชีวิตคงไม่ร้ายกว่านี้ 2月26日 ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดวันนี้แอบไปแวะเยี่ยมชม blog ของคุณ YokYok (http://yokurai.spaces.live.com/default.aspx) มา แล้วก้อได้อ่านข้อความในนั้น อ่านแล้วก้อชอบใจ ขออนุญาตินำมาบอกต่อนะคะเค้าว่ากันว่า...... ......อ่านแล้วรู้สึกว่า.....จริงด้วยนะ........ ที่จริงความสุขบางอย่างนี่มันก้อหาได้ง่ายๆ รอบตัวเรา นี่นา ...... 2月24日 บทเรียนชีวิต ไม่มีขาย....อยากได้ ต้องแลกเอา....วันนี้มีเพลงมาฝาก...... โดนใจมากๆๆๆ ลองฟังดูนะ เพลง Lesson บทเรียน เมื่อความคาดหวังของเรานั้นพังทลาย เมื่อใจที่ครั้งหนึ่งนั้นเคยยังมีแรง ในเวลานั้นเรากำลังจะได้พบ บทเรียนสำคัญแค่ไหนรู้ไหม บทเรียนนี้ไม่มีสอน ต้องผ่านพ้นความทุกข์ร้อน เท่านั้นถึงเข้าใจได้ เมื่อความพยายามนั้นกลายเป็นสิ่งที่ผิด ในช่วงเวลานั้นเรากำลังจะได้พบ บทเรียนสำคัญแค่ไหนรู้ไหม บทเรียนนี้ไม่มีสอน ต้องผ่านพ้นความทุกข์ร้อน เท่านั้นถึงเข้าใจได้ บทเรียนที่ทำให้ใจของเรารับรู้ ว่าไม่มีอะไรคงอยู่เสมอไป ….เมื่อยอมรับ…… ความผิดหวังจึงจะเปลี่ยนเป็นพลังได้ เมื่อใจของเรานั้นยอมรับมัน
ปล. ฟังแล้วเป็นไง มาเล่าให้ฟังกันหน่อยนะ.....
1月8日 ปราก (Prague) ความสงบที่เข้มแข็งเนื่องด้วยช่วงหยุดคริสมาสต์นี้ทำแลปเป็นบ้าเป็นหลัง แถมด้วยทำงานหาเงินอีก ทริปปรากจึงเป็นอะไรที่ค่อนข้างมีความสุข ถึงแม้ผลแลปจะไม่ได้เรื่องเท่าไรก้อตาม (ก้อยังได้ทำเนาะ อย่างน้อย) บวกกับการเรียนรู้ที่จะมีความสุขจากทริปสวิสฯก่อนหน้านี้ ไปเที่ยวก้อไม่หนุก เพราะกังวลเรื่องแลป ทั้งที่กังวลไปก้อทำอะไรไม่ได้ สรุปเสียทั้งสองทาง ครั้งนี้จึงไม่เอาอีกแล้ว บอกตัวเองตั้งแต่ก่อนเดินทางว่า จะไม่ยอมเสียโอกาสหรือทิ้งความสุขอีกแล้ว แน่ล่ะว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคงจะแย่ย่งกว่านี้ ถ้าเราไม่ได้พยายาม ว่าแล้วการเดินทางก้อเริ่มต้นขึ้นในบ่ายของวันพฤหัสที่ 3 ด้วยสายการบิน low cost ที่ราคาไม่ได้ low ตามชื่อ เอาเหอะ ถึงปรากก้อดึกแล้ว หาอะไรรองท้องใน pub ที่น่ารักแห่งหนึ่ง ชิมเบียร์ขึ้นชื่อของ Czech แล้วก้อนอนสบายบนชั้น 4 ห้องใต้หลังคา ที่หน้าตาพอทน ระดับสามดาว ปรากเป็นเมืองที่สวยงาม วันแรกมีแสงแดดให้พอยิ้มได้นิดนึง แต่ความหนาวเย็นนี่ช่างปวดร้าวไปถึงชั้นหนังกำพร้า เพราะอุณหภูมิติดลบ ผิวหน้าที่เจ้าตัวมั่นใจว่าไม่ได้บอบบางถึงกับแดงแสบในตอนกลับที่พักเนื่องจากอยู่นอกร่มผ้า ต้องเผชิญลมหนาวเดินเที่ยวทั้งวัน นิ้วนางและน้วก้อยน้อยๆที่อยู่ใต้รองเท้าบูท ถึงกับอุธรณ์เป็นระยะๆว่าไม่ไหวแล้ว บางช่วงถึงกับทำสไตรค์ด้วยการไม่รับรู้ความรู้สึก (ชา) ไปซะงั้นๆ ต้องง้อด้วยการเข้าไปหลบตามแหล่งที่มี heater เช่น ห้องน้ำ หรือร้าน Mc เป็นต้น จึงจะยอมกลับมาทำหน้าที่ช่วยกันเดินชมเมืองต่อไป ไม่อยากบรรยายมาก เอาเป็นว่า หากมีโอกาสอยากแนะนำให้เลือกเมืองนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวในยุโรปแห่งหนึ่งของเพื่อนๆละกัน เพราะค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง การเดินทางสะดวก ชาวเชคเองก้อชินกับนักท่องเที่ยว ทำให้ทุกอย่างรวมกันเป็นอะไรที่เดินเที่ยวแล้วสบายใจ ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่น่าประทับใจไม่น้อย ดูรูป ภาค1 กันไปก่อนนะ ว่างจะมาใหม่ 10月25日 ที่ไหน......ไม่สุขใจเหมือนบ้านเราเพิ่งกลับมาจากเมืองไทยค่ะ ขออนุญาติ supervisor กลับบ้าน ซึ่ง นร ไทย อย่างเราก้อจะเรียกช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ว่า holiday (away from work) ซึ่งจริงๆแล้ว PhD student ไม่ควรจะขอลาพักนะเนี่ย - -" อย่างไรก้อตาม supervisor ก้อได้กรุณาอนุญาติให้กลับบ้านได้ 1 เดือน เราก้อไม่รอช้า ซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านช่วงปลายเดือน กย ถึง ปลายเดือน ตค (ตั๋วแพงนะเนี่ย ถึงแม่จะซื้อที่ถูกแล้ว กระเป๋าเบาไปเลยอ่ะ) การกลับบ้านครั้งนี้ ทำให้เรารักเมืองไทยขึ้นมากมาก ไม่มีที่ไหนสุขใจเหมือนบ้านเราจริงๆ นะ ก้าวแรกที่กลับถึงเมืองไทย แม้จะเริ่มรุ้สึกถึงอากาศร้อน แต่ก้อให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยจนต้องแอบปาดน้ำตาแห่งความคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน หลังจากนั้นภาระกิจก้อเริ่มต้นขึ้น ( พร้อมๆ กับ jet lag หลายวัน ไม่น่าเชื่อ) เนื่องจากคิดถึงแม่มาก รีบไปเชียงใหม่ จัดการเรื่องธุระต่างๆ ของแม่อย่างรวดเร็ว แต่เรื่องที่ต้องทำก้อใช้เวลามากพอดู ถึงจะเหนื่อย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ดี ที่ได้ทำอะไรให้แม่ ทำให้เค้ามีความสุข ได้ดูแลเค้าอย่างที่คิด ที่ตั้งใจจะทำมานาน แต่เพิ่งมีโอกาส เป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ภูมิใจในตัวเองมากพอควร ขณะเดียวกันความกังวลก้อมาเยือน เมื่อนึกถึงวันที่เราต้องกลับมาเรียน เพราะคนแก่สองคนอยุ่ด้วยกัน ใครจะดูแลเมื่อเค้าขาดเหลือสิ่งหนึ่งสิ่งใด กะปิ น้ำปลา ข้าวสาร ฯลฯ หรือ ใครจะพาไปหาหมอ ถ้าไม่สบาย เพราะเราได้เห็นว่า พ่อขแม่เราแก่ตัวลงมาก ทำอะไรก้อช้า งกๆเงิ่นๆ น่าเป็นห่วงไปหมด ถ้าท่านจะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำให้เราไม่อยากจะกลับมาเรียนเลย อยากอยู่ใกล้ๆ ทำอะไรต่างๆให้แม่ มันเป็นความรู้สึกห่วงที่ยากจะบรรยายเสียเหลือเกิน ฟังดูอาจจะดูเวิอร์ แต่บอกไว้เลยว่า ใครไม่เคยเจอจะไม่รุ้จริงๆ ครั้งหนึ่งที่แม่โดนรถชน แล้วแม่ต้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน เลือดออกเลอะเตียงไปหมด แล้วแม่ไม่รู้สึกตัว เราได้แต่นั่งร้องให้และภาวนาให้แม่ปลอดภัย ความรู้สึกที่เกือบจะต้องเสียแม่ไป มันทำให้เราที่เคยละเลย ไม่ค่อยได้สนใจแม่ เพราะความที่ห่างเหินกันมาตั้งแต่เราจำความได้ ทำให้เรารู้ตัวว่าเรารักแม่แค่ไหน นับแต่วันนั้นเราได้เปลี่ยนความคิดใหม่ว่าจะพยายามทำอะไรให้แม่เราให้มากขึ้น ในส่วนนี้ ถ้าใครได้มาอ่านเราอยากฝากบอกไว้ว่า ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อพ่อแม่แล้ว ให้ทำตั้งแต่วันนี้ อย่ารีรอที่จะทำอะไรให้ท่าน เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ถึงวันที่ท่านไม่อยู่แล้ว จะเสียใจที่ไม่ได้ดูแลท่าน อีกอย่างนึง ก้อคือ ความรู้สึกที่ได้ตอบแทนท่าน ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ยามที่แม่ยิ้มขอบอกขอบใจ และให้ศีลให้พร ขอให้ลูกเจริญก้าวหน้า ขอให้ปลอดภัย ให้ลูกอยู่ดีมีสุข มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้หัวใจลูกอิ่มเอมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เปลี่ยนเรื่องดีกว่าเนาะ (เขียนไปก้อคิดถึงแม่ไป) "ไม่เห็นอ้วนเลย", "ขาวขึ้นนะ", "เรียนหนักไหม" คำทักทายสุดฮิต จากการเดินสายพบปะผู้คนที่คุ้นเคย มิตรภาพ เป็นอีกคำที่สำคัญกับชีวิตมนุษย์อย่างเรา ถ้าไม่อยากให้ใครลืมเราละก้อ อย่าลืมเขาก่อนละกันนะจ๊ะ จนถึงวันนี้ที่กลับมาที่อังกฤษอีกครั้ง น้ำหนักขึ้น 3 กิโล อ้วนขึ้นมาก เนื่องการกินที่พยายามไล่ตามรายการที่เล็งไว้ตั้งแต่ก่อนกลับ ทั้งนี้ ก้อได้ไม่ครบหรอก เพราะเรื่องที่ต้องทำมันมีมากจนแย่งเวลาไปหมด แต่ก้อเอาเหอะดีกว่าไม่ได้กินแหละ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ ถ้านึกอะไรออกจะมาเล่าให้ฟัง (เขียนให้อ่าน)
|
|||
|
|